วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

บทที่ 3 ประเพณีปอยส่างลองของหมู่บ้านกุงแกง (ตอน 2)

            ผู้วิจัยได้ลงพื้นที่ศึกษาหมู่บ้านกุงแกง และสัมภาษณ์ชาวบ้านในชุมชน พบว่า ปอยส่างลอง  เป็นภาษาไทใหญ่มาจากคำว่า ปอย แปลว่างาน คำว่า ส่าง หมายถึง สามเณรในภาษาไทย กับคำว่าลอง นั้นมาจากคำว่า อะลอง หมายถึง กษัตริย์ เมื่อรวมกันก็หมายถึง งานเตรียมบรรพชาเป็นสามเณร ที่แต่งตัวเลียนแบบเป็นกษัตริย์ การเป็นส่างลองนั้นเป็นการเลียนแบบประวัติของพระพุทธเจ้าตอนที่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะครองกรุงกบิลพัสดุ์ก่อนจะออกผนวชการกระทำทุกอย่างในช่วงเวลาการเป็นส่างลองจะปฏิบัติเสมือนการปฏิบัติต่อพระมหากษัตริย์บวช (สิงห์ทอง เรือนแก้ว, สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2556)
            ความเป็นมาของประเพณีปอยส่างลองบ้านกุงแกง
ภาพที่ 3 หนังสือปอยส่างลอง
            ชาวไทใหญ่ในหมู่บ้านกุงแกง ได้เล่าสืบทอดกันถึงที่มาของประเพณีปอยส่างลองไว้ 2ตำนานด้วยกันดังนี้
            1. การบรรพชาเป็นสามเณรนั้นก็เพื่อศึกษาธรรมและเพื่อเป็นการทดแทนคุณบิดา มารดา โดยอิงมาจากพุทธประวัติ ตอนที่พระนางยโสธราแต่งองค์ให้พระราหุลเพื่อทูลขอสมบัติจากพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าพระราชทานอริยทรัพย์ คือ ให้พระราหุล บรรพชาสู่กาสาวพัสตร์ และนับเป็นสามเณรองค์แรกของพระพุทธศาสนา (ฉายแสง ยอดคำ, สัมภาษณ์, 26 เมษายน 2556)
            2. อิงพุทธประวัติตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะผู้เจริญด้วยโภคทรัพย์แต่ทรงสละทรัพย์สมบัติเพื่อแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น (สมพร กันทาคำ, สัมภาษณ์, 19 เมษายน 2556)
            จากทั้งสองตำนานนี้เองที่เป็น ขนบธรรมเนียมประเพณีให้คนไทใหญ่ยึดถือให้เครื่องทรงของส่างลองมี ความวิจิตรงดงาม
            จากการตั้งข้อสังเกตพบว่า ชาวบ้านกุงแกงมีความเชื่อในเรื่อง ความเป็นมาของประเพณีปอยส่างลอง นั้นอิงมาจากพุทธประวัติ ตอนที่พระนางยโสธราแต่งองค์ให้พระราหุลเพื่อทูลขอสมบัติจากพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าพระราชทานอริยทรัพย์ คือ ให้พระราหุล บรรพชาสู่กาสาวพัสตร์ เป็นการจำลองสถานการณ์ ที่พระราหุล แต่งองค์เต็มยศ เพื่อไปหาพระราชบิดา มากกว่า เหตุการณ์ที่เจ้าชายสิตธัตถะสละราชสมบัติ
      

บทที่ 3 บริบทชุมชนบ้านกุงแกง (ตอน1)

บทที่ 3
ประเพณีปอยส่างลองของหมู่บ้านกุงแกง


            การศึกษาเรื่อง ประเพณีปอยส่างลอง กรณีศึกษา หมู่บ้านกุงแกง ตำบลทุ่งยาว อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในบทนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษา โดยสามารถแยกออกเป็นหัวข้อต่าง ๆ ได้ดังนี้
           1. บริบทชุมชนบ้านกุงแกง
           2. ประเพณีปอยส่างลองของหมู่บ้านกุงแกง
           3. เปรียบเทียบประเพณีปอยส่างลอง
           4. ประเพณีปอยส่างลองกับหลักการบวชในพระพุทธศาสนา



            สภาพทั่วไปของชุมชน
          บ้านกุงแกง อยู่ห่างจากตัวอำเภอปายประมาณ 5 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 116 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลทุ่งยาวซึ่ง แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 12 หมู่ ได้แก่ หมู่ 1 บ้านทุ่งโป่ง หมู่ 2 บ้านทุ่งยาวเหนือ หมู่ 3 บ้านทุ่งยาวใต้ หมู่ 4 บ้านสบแพม หมู่ 5 บ้านแพมกลาง หมู่ 6 บ้านแพมบก หมู่ 7 บ้านแม่อีแลบ หมู่ 8 บ้านปางตอง หมู่ 9 บ้านตีนธาตุ หมู่ 10 บ้านร้องแหย่ง หมู่ 11 บ้านกุงแกง และ หมู่ 12 บ้านมโนรา มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลอื่น ๆ ดังนี้
            ทิศเหนือ       ติดต่อกับตำบลเวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ทิศใต้           ติดต่อกับตำบลเมืองแปง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ทิศตะวันออก  ติดต่อกับแม่น้ำปาย ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          ทิศตะวันตก   ติดต่อกับอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน
       

บทที่ 4 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

บทที่ 4
สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

          การศึกษาเรื่อง ประเพณีปอยส่างลอง กรณีศึกษา หมู่บ้านกุงแกง ตำบลทุ่งยาว อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในบทนี้ ผู้วิจัยจะได้ สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จากผลการศึกษาผู้ศึกษาสามารถสรุปได้ดังนี้



สรุปผลการศึกษา
การแต่งกายปอยส่างลอง
            ในการศึกษาเรื่อง ประเพณีปอยส่างลอง กรณีศึกษา หมู่บ้านกุงแกงตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเพณีปอยส่างลองของหมู่บ้านกุงแกง การศึกษาครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ โดยการเก็บข้อมูลภาคสนามจากแหล่งข้อมูลพื้นที่ศึกษาการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม และเข้าร่วมประเพณีจริงและเอกสารต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ ประเพณีปอยส่างลอง
            ประเพณีปอยส่างลองของหมู่บ้านกุงแกง มีความเชื่อเรื่องความเป็นมาอยู่ 2 เรื่องคือ ความเชื่อที่อิงมาจากพุทธประวัติ ตอนที่พระนางยโสธราแต่งองค์ให้พระราหุลเพื่อทูลขอสมบัติจากพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าพระราชทานอริยทรัพย์ คือ ให้พระราหุล บรรพชาสู่ผ้ากาสาวพัสตร์ และความเชื่อที่ อิงมาจากพุทธประวัติตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะผู้เจริญด้วยโภคทรัพย์แต่ทรงสละทรัพย์สมบัติเพื่อแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้น พบว่า ชาวบ้านกุงแกงมีความเชื่อในเรื่อง ความเป็นมาของประเพณีปอยส่างลอง มาจากพุทธประวัติ ตอนที่พระนางยโสธราแต่งองค์ให้พระราหุลเพื่อทูลขอสมบัติจากพระราชบิดา     วัตถุประสงค์หลักในการจัดงานปอยส่างลองมี 2 ประการ คือ เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดา หรือต่อผู้ให้อุปการะเลี้ยงดู

บทคัดย่อ ประเพณีปอยส่างลอง

53021138สาขาวิชา: ศาสนาและปรัชญา; ศศ.บ. (ศาสนาและปรัชญา)
คำสำคัญ:     ประเพณีปอยส่างลอง / บรรพชาสามเณร / ส่างลอง
            สุภาวดี ขวัญม่วง: ประเพณีปอยส่างลอง กรณีศึกษา หมู่บ้านกุงแกง ตำบลทุ่งยาว    อำเภอปายจังหวัดแม่ฮ่องสอน อาจารย์ผู้ควบคุมงานนิพนธ์
ปัทวี สัตยวงศ์ทิพย์, ศศ.ม., 116 หน้า.  ปี พ.ศ. 2556.      


            การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเพณีปอยส่างลอง โดยขอบเขตพื้นที่ของการวิจัย ได้จำกัดขอบเขตการศึกษาอยู่เฉพาะ ในเขตพื้นที่ หมู่บ้านกุงแกง ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเขตที่มีการจัดงานประเพณีปอยส่างลอง ขอบเขตเนื้อหาของงานวิจัย เน้นการศึกษาเรื่องประเพณีปอยส่างลอง ประวัติความเป็นมา ขั้นตอน พิธีกรรม โดยงานวิจัยนี้ เป็นการวิจัยแบบพรรณนาวิเคราะห์ โดยได้รวบรวมข้อมูลภาคสนาม จากการเข้าไปสังเกตการณ์และสัมภาษณ์ และนำข้อมูลมาสรุปผลการศึกษา
สัมภาษณ์กำนันสมจิตร ชื่นจิตร ต.ทุ่งยาว

             ผลการศึกษาตามวัตถุประสงค์พบว่า ประเพณีปอยส่างลอง หมู่บ้านกุงแกง ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความเชื่อในเรื่องความเป็นมาของปอยส่างลอง จากเหตุการณ์ที่  พระราหุลกุมาร แต่งองค์ด้วยชุดกษัตริย์เพื่อไปขอราชสมบัติจากพระพุทธเจ้า
      ปอยส่างลองจึงเป็นการจำลองมาจากเหตุการณ์นี้ในพุทธประวัติ การบรรพชาปอยส่างลองมี
วัตถุประสงค์ 

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รวบรวมทีมวิจัย เหล่ายอดมนุษย์ 555

อ.รอด อาม
อ.สกุล บลู เบียร์ กุ๊ก พลอย น้ำตาล เฟริ์น
อ.ขัน เจตน์ โรจน์ เฟียร์ ลูกน้ำ ปูนิ่ม
ทีมบอสเก้ง.....บี๋ กด มิ้น บัน ดาว แฟร์ ก้างปลา




ทีม อ.โจ้ มีน ปอยฝ้าย




พี่สิตางค์ ส้ม หญิง


แล้วที่ไม่ได้ทำก็............อ.เลิศ ฝ้าย ปลื้ม อ้วน ทราย แพรว แป้งม่ำ
                                        อ.ชัย น้ำมนต์ แจน แป้ง
                                        พี่จ๋า อาย ฟ้า
                                       อ.โอ หวาน พลอย เจ แจ๊ค ก้อย




วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม ลุงสอน กล้าศึก

ลุงสอน กล้าศึก "คนปลูกต้นไม้" แห่งบ้านโนนเสลา

จริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม ปี4 เทอม1
"การปลูกต้นไม้ สร้างป่า คือ การปฏิบัติธรรม"
ตลอดระยะเวลาเกือบ 15 ปีที่ผ่านมา ลุงสอน กล้าศึก จึงมุ่งมั่นทำงานแห่งชีวิตที่ยิ่งใหญ่แต่เรียบง่าย "งานปลูกต้นไม้" เพราะ "ป่าไม้เปรียบเสมือนอาจารย์ของพระพุทธเจ้า" หลักธรรมที่สร้างศรัทธาอันแน่วแน่แก่ "ผีบ้า" ผู้พรากเพียรสร้างผืนป่า "ภูมิใจ ที่ได้สร้างประโยชน์แก่คนทั้งโลก เพราะแม้ลุงจะปลูกต้นไม้ สร้างป่าอยู่ที่บ้านโนนเสลา แต่น้ำจากป่าก็ไหลรวมลงแม่น้ำ ลำคลอง ลงสู่ทะเล มหาสมุทรในที่สุด"
                 

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กลุ่มขบวนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม WWF


กลุ่มขบวนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม WWF

จริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม


ความหมาย

WWF (World Wide Fund For Nature) หรือเรียกว่า “กองทุนสัตว์โลก” เป็นองค์กรเอกชนอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์เป็นเวลากว่า 50 ปี ได้รับการปกป้องอนาคตของธรรมชาติ เป็นองค์กรอนุรักษ์ชั้นนำของโลก ซึ่งทำงานอยู่ใน 100 ประเทศและได้รับการสนับสนุนโดย 1.2 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาและใกล้กับ 5 ล้านทั่วโลก วิธีที่ไม่ซ้ำของ WWF ในการทำงานรวมถึงระดับโลกที่มีรากฐานในด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในระดับท้องถิ่นจากทั่วโลกทุกคนและเพื่อให้แน่ใจว่าการส่งมอบโซลูชั่น(ทางออก)ที่เป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของทั้งสองสิ่งคือคนและธรรมชาติ

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

ชุมชนกับป่า



ชุมชนกับป่า

ความหมายของป่า

ป่าไม้ หมายถึง บริเวณที่มีต้นไม้หลายชนิด ขนาดต่างๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและกว้างใหญ่พอที่จะมีอิทธิพลต่อสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้น เช่น ความเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศ ความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ มีสัตว์ป่าและสิ่งมีชีวิตอื่นซึ่งมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ หมายถึง ที่ดินที่ไม่มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ครอบครองตามกฎหมายที่ดิน


วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

เข้าค่ายจริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม จังหวัดตราด






วันที่ 31 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน 2556

สนุกมากกกกก เพราะได้เที่ยวนอกสถานที่  ได้ไปปลูกป่าชายเลน ด้วยน๊า!!!

      
 ที่แรก แวะไปไหว้พระก่อน ได้นั่งรถไฟเหาะด้วยแหละ ประหนึ่งว่าได้ขึ้นสวรรค์

จากนั้นก็ไปกินข้าวกันที่น้ำตก แล้วได้ไปเล่นน้ำตก กัน ...ขอบอกเลย เล่นน้ำนะไม่ยาก มันยากตรงเปลี่ยนชุดนี่แหละ.ต้องแอบตามซอกหลืบ แต่เล่นยังไม่สะใจ ต้องเข้าที่่พัก ตอนแรกจะได้นอนที่วัด แต่มีคนตาย สวดศพกัน เลยต้องไปนอนที่โรงเรียน กว่าจะลงตัวกันเรื่องที่หลับที่นอน เอาซะวุ่น กันเลยทีเดียว
   แต่ขอกบอก เด็กๆที่นี่น่ารักมากกก แถมกับข้าวก็อร่อยยย สุดๆๆ
       หลังจากนั้นก็ได้เวลา บรรเลง เอ๊ยยย ไม่ใช่ หากิจกรรมฝึกสมอง กัน ทีเด็ดสุดต้องพี่ บอสกด เอาซะถึงกับขนาดขายแสตมป์ เซเว่นกันเลยทีเดียว แล้วมีอีก 2 วงนะ วงถักเปียนำโดยสติ และวงโฟลคซอง สาวเวล ห้องก็ไม่ใหญ่มากแต่อัดกันอยู่ นอนตีนเกยกัน โดยเฉพาะขาไอ้โย่ง นั้นช่างยาวซะเหลือเกิน กลุ่มอ้วนทราย หลับแล้ว กว่าจะนอนกันได้ แถมตี 3 ไปดับอีก บูม เบีย อาม เดินกันวุ่น เช้ามา ตั้งวงกันแต่เช้าเลย 5555
    หลังจากกินข้าวเสร็จก็ไปปลูกป่ากันนั่งเรือไป ขากลับเล่นกันซะงั้น วิดน้ำเข้าเรือ 55 เปียกไปตามๆกัน
   แถมต้องเดินไปฟังบรรยายด้วยนะ กลับมาอาบน้ำ  เก็บของ แล้วก็ถึงการจากลา
     งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา แม้เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ประทับใจไม่รู้ลืม

วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ธรรมชาตินิยม (naturalism)



ธรรมชาตินิยม (naturalism)

ความหมายของธรรมชาตินิยม

ก่อนอื่นเราต้องทราบพื้นฐานของสสารนิยม คือ การอธิบายความมีอยู่และลักษณะของโลก โดยไม่ต้องอาศัยพระเจ้าหรือภาวะเหนือธรรมชาติ นักสสารนิยมส่วนมากเป็นพวกอเทวนิยม แต่ที่จริง นักสสารนิยมรุ่นเก่า เช่น เอปิคูรุส (Epicurus พ.ศ. 202-273) และลูเครติส (Carus Lucretius พ.ศ. 445-489) ได้กล่าวไว้ว่า มีพระเจ้าหลายองค์ แต่พระเจ้าเหล่านั้นเป็นภาวะธรรมชาติ อาศัยอยู่ที่สงบ ซึ่งอยู่เหนือโลกนี้ขึ้นไป และไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับมนุษย์

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทำการ์ด รูปวันเกิด




อาจารย์บุญเลิศ


อาจารย์สกุล



อาจารย์ชัย




อ.เก้ง

ทราย



อาย
แฟร์

ตันหยง


ดาว

กุ้ง


เม

ไอซ์

พี่สิตางค์
พ่อ
คือว่ามันว่างงงอ่ะ ไม่มีอะไรทำ


















วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จอห์น ล็อค


จอห์น ล็อค

( John Locke, 1632 – 1704 )


ล็อคเป็นนักปรัชญาลัทธิประสบการณ์นิยมคนหนึ่งของอังกฤษที่มีชื่อเสียงมาก ท่านเกิดที่ชอมเมอร์ เซ็นเชอร์ ( SommerSetshir) เข้าเรียนหนังสือระดับมัธยมศึกษาที่เวสต์มินสเตอร์และเรียนปรัชญาที่ออกซฟอร์ด จบออกมาแล้วได้เป็นอาจารย์สอนวิชาภาษากรีกวาทศิลป์และปรัชญา อาชีพของท่านได้แตกต่างจากอาชีพของบิดาที่เป็นทนายความ


ต่อมาล็อคสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์และศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะสาขาแพทย์ จนสำเร็จเป็นแพทย์คนหนึ่ง ปี ค.ศ. 1667 อยู่กับลอร์ด แอชลี ( Lord Ashley ) ในฐานะเลขานุการส่วนตัว และในช่วงเวลานี้ได้ถกเถียงกันกับเพื่อนๆเรื่องปัญหาพื้นฐานทางศีลธรรมและศาสนาพบปัญหาว่า ต้องแก้ปัญหาทางญาณวิทยาให้ได้เสียก่อน จึงคิดหาทางปรับปรุงญาณวิทยา คิดอยู่นานถึง 7 ปี พบทางออกของปัญหาและเขียนหนังสือชื่อ An Essay Concerning Human Understanding (เรียงความเกี่ยวกับความเข้าใจมนุษย์) ซึ่งเป็นญาณวิทยาที่ตรงข้ามกับลัทธิเหตุผลนิยมของเดส์การ์ต ปี ค.ศ. 1684 ถูกเนรเทศไปอยู่ฮอลแลนด์เนื่องจากลอร์ด แอชลี ถูกโค่นและกลับอังกฤษอีกในปี ค.ศ. 1689 และอยู่กับเซอร์แมชัม จนถึงแก่กรรมรวมอายุได้ 72 ปี

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรอเน เดส์การ์ต


เรอเน เดส์การ์ต


                     เรอเน เด็สการ์ตส์ หรือ เรอเน เดส์การ์ตส์ (Rene Descartes) เป็นบุตรของตระกูลขุนนางใน
เมืองตูเรน (Touraine) เขาได้รับการศึกษาในวิทยาลัยลีซูร์ (Le Sueur) ที่ลาฟูร์ช (Lafourche) และแสดงความเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างไรก็ดีเมื่ออายุได้ 16 ปีก็ต้องออกจากโรงเรียน เขาเขียนรำพันไว้ในหนังสือ Discourse on Method (ดิโคซ ออน เมธ-อัด) ในภายหลังว่า ในบรรดาวิชาการต่างๆที่เขาร่ำเรียนมานั้น วิชาปรัชญาเป็นที่ต้องกับนิสัยเขามากกว่าวิชาอื่น และเนื่องจากเป็นวิชาที่ยังไม่กำหนดหลักอะไรแน่นอนลงไป เขาจึงคิดว่าคงจะประสบความสำเร็จในทางนี้
ฉะนั้น เมื่อมีอายุพอสมควร เขาจึงออกท่องเที่ยวไปตามประเทศต่างๆในยุโรป โดยได้แวะเยี่ยมราชสำนักและกองทัพต่างๆ เขาได้เข้าวิสาสะกับบุคคลซึ่งมีฐานะและนิสัยต่างๆกัน แล้วก็ได้รับความจัดเจนหลายประการจากการนี้ เช่นนี้เขาจึงเข้าใจว่า คงจะทำให้ประสบข้อเท็จจริงสำหรับใช้คิดปรัชญาขึ้นเองได้ เขามีจุดมุ่งหมายอยู่ว่า “..ฉันก็เกิดความกระหายอยากรู้ขึ้นอย่างแรงกล้าว่าอย่างไหนเป็นความเท็จอย่างไหนเป็นความจริง ทั้งนี้ก็เพื่อนำมาใช้ดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคง และความสามารถเข้าใจการกระทำของตนเองได้อย่างแจ่มแจ้ง”

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฟรานซิส เบคอน

ฟรานซิส เบคอน


ประวัติ
ฟรานซิส เบคอน เกิดวันที่ 22 มกราคม ค.ศ.1561 ที่ยอร์ค เฮาร์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เกิดในตระกูลผู้ดีมีตำแหน่งทางการเมือง เข้าศึกษาที่ Trinity College แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่ออายุ 12 ปี เรียนอยู่ได้ 3 ปี แล้วออกไปเพราะไม่ชอบวิธีการเรียนและหนังสือเรียน นอกจากนี้ยังได้แสดงความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออริสโตเติล และปรัชญาอัสมาจารย์ อีกด้วย    
เบคอนเป็นทั้งนักวรรณคดีและนักปกครอง และถือว่าเป็นนักการศึกษาในสมัยนี้ ด้วยเหตุที่ว่า เบคอนมีลักษณะพิเศษอยู่  ประการคือ  เป็นผู้นำแนวความคิดแนวผัสสะสัจนิยม  (Sense Realism)  และเป็นผู้สร้างตำราในการแสวงหาความรู้โดยวิธีอุปมาน (Inductive)  อันเป็นวิธีการให้การศึกษาที่สำคัญวิธีหนึ่งนอกจากนี้แล้วยังจัดได้ว่าเป็นผู้ต้นคิดสารานุกรม (Encyclopeadia)  และปรัชญาอีกด้วย
          ด้วยลักษณะพิเศษดังกล่าว ทำให้ ฟรานซิส เบคอน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะทูตอังกฤษประจำประเทศฝรั่งเศส เมื่ออายุเพียง 16 ปี จากนั้นในปี ค.ศ.1583 ขณะนั้นอายุได้ 23 ปี ก็ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภา และได้รับเลือกอีกหลายสมัย
เบคอนเป็นนักการเมืองที่ฉลาดหลักแหลมและมีความคมคายทางการพูดมาก ในปี ค.ศ.1617 เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้เก็บรักษาดวงตราสืบแทนบิดา นอกจากนี้ในปี ค.ศ.1618 เขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น อัครมหาเสนาบดี                                                                                      

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556

มองน้ำท่วมในเชิงปรัชญา


มองน้ำท่วมในเชิงปรัชญา

บทนำ

เมื่อเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม ปี2554 จนถึงต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2555 เกิดวิกฤติมหาอุทกภัย สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและสร้างความเดือดร้อนแก่คนไทยเป็นอย่างมากและคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย ทำให้มองเห็นว่า น้ำเป็นสิ่งที่มีโทษมากเหลือเกิน แต่ในการดำเนินชีวิต น้ำมีความจำเป็นและสำคัญต่อชีวิตมากอย่างยิ่ง ชีวิตขาดน้ำไม่ได้ซึ่งเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ในบทความนี้จะเสนอมุมมองเกี่ยวกับน้ำท่วมในเชิงปรัชญา เป็นการเปิดมุมมองที่มีต่อโลกและชีวิตให้กว้างออกไปตามวิถีที่นักปรัชญาซึ่งเป็นพวกที่ชอบคิดชอบเสนอความคิดที่ต่างออกไป

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556

ยูบิควิตัส(Ubiquitous) อาจารย์เรวัต



ยูบิควิตัส(Ubiquitous) คือ...
                   เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากแนวความคิดที่ต้องการเชื่อมโยงเครือข่ายกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา
                   เป็นวิทยาการประยุกต์แขนงใหม่ที่อาศัยการผสมผสานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์การสื่อสารเข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถรับส่งข้อมูลข่าวสารถึงกันได้ทุกหนทุกแห่ง ทุกที่ทุกเวลา ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ได้อย่างมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะรับส่งข้อมูลข่าวสารในรูปแบบมัลติมีเดีย หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ได้ เช่น เครื่องออกกำลังกายที่สามารถตรวจสุขภาพ พร้อมกับส่งข้อมูลสุขภาพไปยังโรงพยาบาลโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

                   ยูบิควิตัสเป็นภาษาลาตินมีความหมายว่า อยู่ในทุกแห่งหรือมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารทุกที่ทุกเวลา ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมใหม่ของการสื่อสาร และเป็นทิศทางของสังคมสารสนเทศในอนาคต เรียกว่า สังคมยูบิควิตัส”
                   คนที่ใช้คำว่า ยูบิควิตัส” เป็นศัพท์ทางวิชาการคนแรก คือ มาร์ค ไวเซอร์” ซึ่งเป็นนักวิจัยแห่งศูนย์วิจัยพาโล อัลโต ของบริษัทซีรอกซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำนิยาม ยูบิควิตัสคอมพิวติ้ง (Ubiquitous Computing) ไว้ว่า โลกที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ทุกหนทุกแห่งทุกสภาพแวดล้อมที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับเครือข่ายไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใด
ความเป็นมาของยูบิควิตัส
                   เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากแนวความคิดที่ต้องการเชื่อมโยงเครือข่ายกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาดังคําที่ว่า “Anytime Anywhere” หมายความว่าแนวความคิดนี้เป็นแนวความคิดที่จะใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มของผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการในการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีผสมผสานอยู่
องค์ประกอบของยูบิควิตัส
ยูบิควิตัสต้องประกอบไปด้วย เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายทั่วโลก อุปกรณ์เชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมเพรสเซอร์ รถยนต์ วิทยุ อะไรก็ตามที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายอินเตอร์เน็ต ยูบิควิตัสต้องทำให้ผู้ใช้ไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้คอมพิวเตอร์ เพราะยูบิควิตัสจะอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ใช้ และต้องมีผู้ใช้อุปกรณ์ จึงจะเป็นระบบยูบิควิตัสที่สมบูรณ์
                   

จุดเด่นของยูบิควิตัส
1. การเชื่อมต่อกับเครือข่ายไม่ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่าง ๆ
2. การสร้างสภาพการใช้งานโดยผู้ใช้ไม่รู้สึกว่ากำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่
3. การให้บริการที่สามารถเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และปัจจัยทางกายภาพอื่น ๆ
จุดเด่นของยูบิควิตัส  (ต่อ)
                   หรือจะอธิบายง่าย ๆ ก็อย่างเช่น
                   - เราสามารถที่จะเรียนหนังสือที่บ้านได้ ผ่านหน้าจอทีวี ที่มีอาจารย์สอนอยู่
                   - เราสามารถที่จะชอปปิ้งจากที่บ้านได้เลย ไม่ต้องเดินไปที่ตลาดเอง
                   - ตู้เย็นมีเซนเซอร์ตรวจจับและบอกวันหมดอายุของที่อยู่ข้างใน
                   - ห้องต่าง ๆ สามารถปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับผู้อาศัยได้อัตโนมัติ
ที่สำคัญก็คือตอนนี้ เทคโนโลยียูบิควิตัสได้รับการพัฒนาให้เป็นเทคโนโลยีที่ใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ประมาณว่านอกจากจะไฮเทคล้ำยุคแล้ว ก็ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย แบบที่เรียกกันว่า อีโคซิตี้ (Eco City
                   ศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ด้วยการพัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์ของตนเองเพื่อให้เกิดการผสมผสานที่ลงตัวตามแนวความคิดที่สามารถพกพาและควบคุมการใช้งานผ่านระบบสื่อสารในทุกที่ทุกเวลาเพื่อการสนองความพึงพอใจของผู้บริโภค ซึ่งโดยหลักการของการยูบิควิตัสนั้น การควบคุมจะเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ได้ต่อเมื่อมีการบรรจุไมโครชิพ (Microchip) ที่ทําหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลเป็นส่วนประกอบที่สําคัญเพื่อใช้ในการควบคุมการทํางานของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น เช่น เตาอบ เครื่องซักผ้าตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ โทรศัพทมือถือ เป็นต้น ให้สามารถเชื่อมต่อควบคุมและสั่งการได้ทุกที่ทุกเวลาทั่วโลก
                   ตัวอย่างของ ยูบิควิตัส เช่น การควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation) ซึ่งเป็นการควบคุมอุปกรณ์อํานวยความสะดวกภายในหรือภายนอกอาคาร ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยลิฟต์ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติโดยสามารถควบคุมระบบการเตือนภัยเมื่อเกิดมีปัญหาภายในห้องหรือมีผู้บุกรุกการควบคุมการสั่งในการเปิด ปิดเครื่องปรับอากาศและการควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างให้ความสําคัญกับการพัฒนาและการสร้างเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นใหม่นี้มีความสามารถรองรับกับเทคโนโลยียูบิควิตัสได้
                   จากยูบิควิตัสการทำธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Commerce หรือ E - Commerce) ตั้งแต่เริ่มจะมีการทำกันในอินเตอร์เน็ตด้วยการสั่งซื้อสินค้าตามเว็บไซต์ต่าง ๆ และได้มีการพัฒนาการทําธุรกรรมผ่านโทรศัพท์ มือถือเราจะเรียกว่าเอ็มคอมเมิร์ซ (Mobile Commerce หรือ M - Commerce) และในปัจจุบันนี้การพัฒนาของการทําธุรกรรมได้ให้ความสนใจกับธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ประเภทใหม่ที่เรียกว่า ยูคอมเมิร์ซ(Ubiquitous Commerce หรือ U - Commerce) สิ่งที่เกิดขึ้นจากยูคอมเมิร์ซทําให้เกิดการทําธุรกรรม ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าจากซุปเปอร์มาเก็ตโดยสั่งตรงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของซุปเปอร์มาเกตยูคอมเมิร์ซตามหลักการสากลของการทําธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 4 ประการดังนี้ คือ
                   1. ยูบิควิตัส (Ubiquitous) เป็นการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ทุกหนทุกแห่งเป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไมโครชิพ (Microchip) เป็นองค์ประกอบที่ทำหน้าที่เป็นไมโครโปรเซสเซอร์(Microprocessor) ทำหน้าที่ในการควบคุมที่สามารถรับคำสั่งให้ทำงานได้โดยอุปกรณ์ ที่ทำหน้าที่ในการสั่งงาน เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเป็นต้น
                   2. ยูนิเวอร์ซอล (Universal) เป็นระบบการสื่อสารที่มีการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายทั่วโลก เช่นโทรศัพท์มือถือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือเครื่องปาล์มหรือเครื่องพ็อกเก็ตพีซีเป็นต้น โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ไม่มีขีดจำกัดในเรื่องพรมแดนระยะทางและเวลา
                   3. ยูนิค(Unique) เป็นระบบการสื่อสารที่มีการเชื่อมต่อที่เป็นรูปแบบเดียวกันซึ่งข้อมูลที่ผ่านการติดต่อสื่อสารระหว่างกันจะเป็นข้อมูลที่มีรูปแบบเดียวกันและสามารถรับส่งข้อมูลในรูปแบบของข้อความรูปภาพ วิดีโอ และอื่น ๆ จากแหล่งของข้อมูลต่าง ๆในรูปแบบของการดาวน์โหลด (Download) ข้อมูลผ่านกองบริการระบบคอมพิวเตอร์สำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานครกองบริการระบบคอมพิวเตอร์สำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานครระบบการสื่อสารที่กระทำผ่านระบบดาวเทียมวงโคจรสถิตและดาวเทียมวงโคจรต่ำในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันทำให้สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ทุกแห่งทุกเวลาที่เรียกกันว่าบรอดแบนด์ (BoardBand)
                   4. ยูนิซัน(Unison)  เป็นระบบการสื่อสารที่ทํางานในลักษณะเดียวกัน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือเครื่องปาล์มหรือเครื่องพ็อกเก็ตพีซีและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ จะสามารถจัดเก็บข้อมูลภายใต้ระบบเดียวกัน โดยสามารถสื่อสารทําความเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องมีการแปลงแฟ้มข้อมูล (Convert) อีกครั้งหนึ่ง
                   เทคโนโลยียูบิควิตัสเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีผลกระทบกับผลิตภัณฑ์และผู้บริโภคบริษัทผู้ผลิตจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีบรรจุในผลิตภัณฑ์ของตนเองให้มีประสิทธิภาพตามแนวความคิดนี้โดยเทคโนโลยียูบิควิตัสเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศที่กําลังทดลองใช้เทคโนโลยียูบิควิตัส คือ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ทั้งนี้แนวโน้มการใช้งานของทั้งสองประเทศนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากในระบบเทคโนโลยีจะต้องเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า โฟตเจนเนอเรชั่น (Fourth Generation) ในระบบการสื่อสารอื่นอินเตอรเน็ตที่สามารถดาวน์โหลดข้อความ ภาพ เสียงข้อมูลและควบคุมการทํางานได้จากระยะไกลโดยไม่มีขีดจํากัดใด ๆ
                   ดังนั้น หากรวมกับระบบอีนัม (ENum)ที่เป็นระบบการจัดการเกี่ยวกับการกําหนดตัวเลขของคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบอินเตอร์เน็ตที่เป็นเบอร์เดียวทั่วโลกให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางที่ทําให้เทคโนโลยียูบิควิตัสเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนนอกจากนี้ระบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบการสื่อสารเป็นส่วนที่สําคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อเพราะการรับส่งข้อมูลผ่านระบบสื่อสารที่ดีจะต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบการสื่อสารที่ดีมีระบบการทํางานที่สามารถรองรับกับการรับส่งข้อมูล ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว โปรแกรมประยุกต์และอื่น ๆ ได้

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)


พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)


          ในสังคมปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นสังคมสงฆ์หรือสังคมทั่วไป เราจะพบว่ามีความเห็นขัดแย้งกันด้วยเรื่องต่างๆ มากมายอยู่บ่อยครั้ง ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมมากพอสมควร ผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะชี้นำ สังคมเพื่อแก้ปัญหาทางสังคมมากพอสมควร ผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะชี้นำ สังคมเพื่อแก้ปัญหาขัดแย้งที่มีความกล้าและทุกคนยอมรับฟังมีน้อยเต็มที ครั้งใดก็ตามเมื่อเกิดปัญหาข้อขัดแย้งขึ้นมาผู้ชี้นำที่จะแนะนำให้เรื่องนั้นยุติลงได้เรามักได้เห็นคำชี้นำที่เป็นหนังสือที่ทันกับเหตุการณ์นั้น ออกมาครั้งแล้วเรื่องนั้นก็จะยุติลงได้โดยสังคมยอมรับฟังที่กำลังกล่าว ถึงนี้คือ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ท่านเป็นนักปราชญ์ของสังคมไทยในยุคปัจจุบันผู้ทรงความรู้อย่างกว้างขวางที่ละเอียดลึกทั้งทางฝ่ายโลกและทางฝ่ายธรรมอย่างแท้จริง มีผลงานอันโดดเด่นจำนวนมากเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชีวประวัติและผลงานของพระเถระชาวไทยรูปนี้จะได้นำเสนอต่อไป

ท่านพุทธทาสภิกขุ


ท่านพุทธทาสภิกขุ
บทที่ ๑ประวัติท่านพุทธทาสภิกขุ
กำเนิดแห่งชีวิต
            ท่านพุทธทาสเดิมชื่อ เงื่อม พานิช โยมบิดาชื่อ นายเซี้ยง ส่วนโยมมารดาชื่อ นางเคลื่อน เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่  ๒๗  เดือน พฤษภาคม พุทธศักราช  ๒๔๔๙   ณ  ตำบลพุมเรียง  อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎธานี บรรพบุรุษฝ่ายโยมบิดามาจากเมืองจีน แต่โยมบิดาเกิดที่พุมเรียง สกุลเดิมทางบรรพบุรุษคือ แซ่โข่ว หรือ ข่อ ออกเสียงแต้จิ๋ว เป็นแซ่โค้ว ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ มีพระราชบัญญัตินามสกุล  ทางการจึงเปลี่ยนให้เป็น พานิชเพราะทำการค้าขาย ส่วนทางโยมมารดาเป็นคนไทย  เป็นชาวท่าฉาง  ท่านพระพุทธทาสมีพี่น้อง ๓ คน ท่านเป็นคนโต น้องคนรองเป็นชายชื่อ ยี่เกย หรือ นายธรรมทาส น้องสุดท้องเป็นหญิงชื่อ กิมซ้อย
            ท่านพุทธทาสได้นิสัยประหยัดมาจากโยมมารดาซึ่งเป็นผู้ประหยัดในทุกๆเรื่องแม้แต่กระทั่งเวลา กล่าวคือ ต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ท่านสนิทกับโยมมารดามากกว่าเพราะโยมบิดาไม่ค่อยอยู่บ้าน ท่านจึงสามารถทำอาหารและขนมได้เป็นอย่างดี สำหรับสิ่งที่ท่านได้รับการถ่ายทอดจากโยมบิดา คือช่างไม้ และการแต่งโคลงกลอน โยมบิดามีอาชีพคือ ช่างไม้ต่อเรือ นอกจากนี้โยมบิดายังสนใจเรื่องยาแผนโบราณ ซึ่งศึกษาจากวัดและหนังสือที่พิมพ์ จึงทำให้ท่านพุทธทาส มีความรู้ทั้งเรื่องยาแผนโบราณ  การแต่งโคลงกลอนและช่างไม้ เป็นอย่างดี
       

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สำนักปฏิบัติธรรม

สำนักปฏิบัติธรรม
ปฏิบัติธรรมเพื่ออะไร
          จุดหมายแห่งการปฏิบัติธรรมนั้น เพียงเพื่อฝึกจิตให้รู้เท่าทันสภาพความจริงแท้ของอุปทาน ในความหลงยึดถือรูปร่างกายและสิ่งต่างๆในโลกนี้ อันเป็นธาตุ ๔ ว่าเป็นตัวเราของเรา ออกให้หมดสิ้นเท่านั้นเอง
          มิใช่เพื่อความมีความเป็นใดๆทั้งสิ้น ผลคือเพื่อความไม่ทุกข์ทางใจอีกต่อไปเท่านั้นเอง เพราะการมีตัวเราของเราเกิดขึ้นในจิตเมื่อไหร่ทุกข์จะเกิดขึ้นเมื่อนั้นทันที เช่นสิ่งของผู้อื่นหาย ใจเราเฉยๆแต่พอของเราหาย ใจเราจะเกิดทุกข์ขึ้นมาทันที จริงไหม เพราะมี “ของเรา” เกิดขึ้นนั่นเอง
ดังนั้น จุดหมายแท้ของการปฏิบัติธรรม เพื่อออกจากทุกข์ใจให้หมดสิ้นเท่านั้น ส่วนทุกข์ทางกายเป็นเรื่องธรรมดาของสังขารอันไม่เที่ยงเท่านั้นเอง

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สันติอโศก

สันติอโศก

       
   โดยเหตุที่สมณะโพธิรักษ์ บวชที่วัดอโศการาม และไปบรรยายธรรมบริเวณ “ลานอโศก” วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ อยู่เนื่อง ๆ จนได้สมญานามว่า “ขวานจักตอก” และเมื่อทำหนังสือยุคแรกก็ใช้ชื่อ “เรวดียุครุ่งอรุณ ฉบับอโศก” ทั้งนามปากกาก็ใช้เป็นอย่างเดียวกันว่า “อโศก” ไม่วาใครเขียนก็ตาม
          เพราะได้มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับคำ “อโศก” หลายสถานะหลายเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เราจึงนับเอาคำว่า “อโศก” มาเป็นฉายาของเราตั้งแต่บัดนั้น และร่วมเผยแพร่ธรรมะจนเกิดกลุ่มพุทธบริษัทอันมีทั้งนักบวชและฆราวาส
          ญาติธรรมรุ่นแรก ได้ร่วมมือกันก่อตั้งสถานที่ปฏิบัติธรรมถวายท่าน เนื่องจากมีสภาพเป็นสวนจึงได้ชื่อว่า “สวนอโศก” ตั้งอยู่ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี แต่ก็ยังไม่เข้ารูปรอยและไม่ลงตัวด้วยเหตุหลายประการ จึงได้ย้ายมาที่แห่งใหม่ เรียกชื่อว่า “ธรรมสถานแดนอโศก” ตั้งอยู่ที่ ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ และได้ใช้สถานที่นี้อบรมบำเพ็ญธรรม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บีบคั้นมากมายทำให้ลำบากในการเผยแพร่ธรรมะ ซึ่งไม่มีทางเลือก สุดท้ายสมณะโพธิรักษ์ และหมู่สงฆ์คณะต้องตัดสินใจประกาศตนเป็น “นานาสังวาส” ตามพระธรรมวินัย เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๘ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สำนักวัดธรรมกาย


สำนักวัดธรรมกาย

ความเป็นมาของสำนักวัดธรรมกาย
                สำนักวัดธรรมกาย เริ่มก่อตั้งโดยศิษย์ของพระมงคลเทพมุนี หรือ หลวงพ่อสด จนฺทสโร วัดปากน้ำภาษีเจริญ ศิษย์กลุ่มนี้สนใจปฏิบัติธรรมตามแนววิชชาธรรมกายและศรัทธาแรงกล้า ศิษย์กลุ่มนี้เรียกว่า กลุ่มทายาททางธรรมกายเมื่อจบการศึกษาแล้วทยอยอุปสมบทเป็นภิกษุที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เผยแผ่พุทธธรรมพร้อมกับสร้างศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม มีนโนปณิธานว่า จะสร้างวัดให้เป็นวัด” “จะสร้างพระให้เป็นพระ” “จะสร้างคนให้เป็นคนคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสัทธาธิบดี และนางสาววรณี สุนทรเวช มีจิตศรัทธายกที่ดินจำนวนเนื้อที่ ๑๙๖ไร่  ๙ ตารางวา เพื่อจัดสร้างสำนักปฏิบัติธรรม ชื่อว่า ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อ วัดธรรมกายปัจจุบันมีพื้นที่ ๒,๐๐๐ กว่าไร่

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แซลลี แมคเฟก

แซลลี  แมคเฟก : โลกอันเป็นกายของพระเจ้า
จริยศาสตร์สิ่งแวดล้อม
       เช่นเดียวกับนักเทววิทยาร่วมสมัยที่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับนิเวศ แซลลี แมคเฟก นักเทววิทยานิกายโปรเตสแตนท์กล่าวว่า เทววิทยาของศาสนาคริสต์ดั้งเดิมกำลังต้องการการคิดทบทวนและการฟื้นฟูแล้วภาพลักษณ์ละตัวแบบของพระเจ้าที่ครอบงำความคิดทางศาสนาคริสต์ไม่เพียงแต่ล้าสมัยไปแล้วในตอนนี้ หากยังเป็นอันตรายด้วย เธอกกล่าวว่ามันเป็นอันตรายเพราะสนับสนุนท่าทีต่อโลกที่ละเลยเมินเฉยต่อการที่มนุษย์หยั่งรากฝังอยู่ในโลก และต้องพึ่งพาโลกเพื่อยู่รอดให้ได้มันอันตรายเพราะซ้ำเติมความโน้มเอียงของมนุษย์ที่จะคิดถึงโลกและสิ่งสร้างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ว่าถูกสร้างขึ้นมาโดยพระเจ้าเพื่อให้กับมนุษย์เป็นการเฉพาะ มันอันตรายเพราะสนับสนุนท่าทีของมนุษย์ที่ไม่รู้สึกคุ้นเคย เหมือนอยู่ที่บ้านในโลกหากแต่เป็นผู้มาค้างแรมเท่านั้น  มีความโน้มเอียงชัดเจนในเทววิทยาแบบศาสนาดั้งเดิมที่จะกล่าวถึงพระเจ้าว่าเป็นกษัตริย์ผู้ทรงอานุภาพและอยู่เหนือผู้อื่น กล่าวถึงพระเจ้าว่าทำสงครามกับศัตรูและมีชัยชนะ ให้ภาพพระเจ้าว่าเป็นชายเฒ่าที่สง่างามราวกับกษัตริย์ ห่างเหิน และน่ากลัว ผู้ดำรงอยู่นอกโลกที่พระองค์รังสรรค์ความคิดที่กล่าวมานี้ทั้งหมดได้ตอกย้ำทวิภาคระหว่างพระเจ้ากับโลก ความคิดเช่นนี้ตอกย้ำสิ่งที่แมคเฟกเรียกว่า ความโน้มเอียงทวิลักษณ์สมมาตรระหว่างพระเจ้ากับธรรมชาติ และระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์